เมื่อฉันฟังแต่ตัวเอง
บันทึกของเพียร
ชื่อของเธอแปลว่าความเพียร นี่คือบันทึกของราคาที่เธอจ่ายให้ชื่อนั้น และคืนที่เธอตัดสินใจจ่ายมันให้ตัวเองในที่สุด
ทั้งสองฉบับวางจำหน่ายตุลาคม 2569
อ่านตัวอย่างจากหนังสือWhat The Silence Kept
แม็กซ์สร้างฉบับภาษาอังกฤษภายใต้ชื่อของมันเอง สิ่งที่ความเงียบเก็บไว้ หนังสือเล่มเดียว สองชื่อ เพราะสองภาษาเก็บคนละสิ่งกันไว้
เรื่องราว
เพียรอายุสิบสี่ในวันที่พี่สาวพาเธอเดินเข้าไปในออฟฟิศเล็กๆ ที่กรุงเทพฯ และรับปากกับคนแปลกหน้าว่าน้องขยันและอดทนแน่นอน หลายสิบปีต่อมา ในคืนที่เธอกลับจากการเดินทางสิบสามชั่วโมงมาถึงบ้านที่เฟอร์นิเจอร์ถูกคลุมด้วยผ้าขาว เธองัดฝากล่องคุกกี้ที่ขึ้นสนิมออก และพบไดอารี่ที่เธอเขียนมาตลอด บันทึกแรกลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 เวลาสี่ทุ่มครึ่ง
บันทึกเล่มนั้นพาเราจากบ้านไม้ที่ลั่นทุกย่างก้าว ไปสู่เมืองอุตสาหกรรมในสมุทรปราการ ห้องชั้นสี่กับบันไดที่ไม่มีสิ้นสุด ห้องเรียนภาคค่ำ ความเงียบในห้องสอบ ชื่อของเธอบนหน้ากระดาน และตลอดทางนั้นมีพลเดินอยู่ เด็กชายวัยสิบสองในวันที่พบกัน ผู้เดินตามหลังเธอหนึ่งก้าวเสมอ ไม่เคยแซง ไม่เคยตีคู่ กับคำถามที่ใครๆ ก็ถามกัน วันนี้เหนื่อยไหม กินข้าวหรือยัง แต่พอเป็นเขา มันมีน้ำหนักที่ต่างออกไป
สิ่งที่ความเงียบเก็บไว้เปลี่ยนไปตามปี แรกสุดคือความอ่อนโยน แล้วเป็นระยะห่าง แล้วเป็นสายโทรศัพท์ที่เย็นเยียบในวันที่มืดที่สุดของชีวิต และหนี้สิบปีที่เธอไม่ได้เลือก ค่างวดรถกระบะที่เธอไม่เคยต้องการ เส้นผมที่ร่วงเต็มพื้นห้องน้ำ กับประโยคเดียวที่ปิดท้ายการทะเลาะทุกครั้ง เรื่องจบลงในแบบเดียวที่มันจะจบได้ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ ชุดทำงาน และประตูหนึ่งบาน
หนังสือเล่มนี้มีอยู่ภาษาละหนึ่งครั้ง ภายใต้สองชื่อ คีร่าเขียนบันทึกเล่มนี้ ฉบับภาษาไทยใช้ชื่อของเธอ เมื่อฉันฟังแต่ตัวเอง ส่วนแม็กซ์สร้างฉบับภาษาอังกฤษ ชื่อของมันตอบกลับมาว่า What The Silence Kept สิ่งที่ความเงียบเก็บไว้ เพียรใช้เวลายี่สิบปีข้างผู้ชายที่ใช้คำเดียวกับเธอแต่พูดกันคนละภาษา สองชื่อนี้คือสิ่งที่สองภาษาของเธอได้ยิน
ตัวอย่างจากหนังสือ
ประโยคสุดท้าย จากภาค ๔ ฉบับเต็มทั้งบท
ฉันกลับถึงบ้านในคืนนั้นด้วยใจที่หนักอึ้ง พลนั่งรอฉันอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าเขาดูบึ้งตึง และอย่างที่ฉันคาดไว้ การทะเลาะก็เริ่มต้นขึ้นทันทีที่ฉันก้าวเข้าประตู มันเป็นการทะเลาะแบบเดิม คำพูดแบบเดิม ความเหนื่อยล้าแบบเดิม แต่คืนนี้มีบางอย่างในตัวฉันที่ต่างออกไป ฉันยืนฟังเขาตวาด แล้วรู้สึกเหมือนกำลังดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากระยะไกล
ฉันคิดทบทวนกับตัวเองว่า ฉันไม่มีความสุขมานานแค่ไหนแล้ว ฉันทนทุกข์มาเป็นสิบๆ ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ฉันไม่เคยนับเวลาช่วงที่อยู่กับเขาเลยจริงๆ เพราะมันเจ็บเกินกว่าจะนับ ฉันอดทนมามากพอแล้ว มากเกิน
และแล้วประโยคนั้นก็มาอีกครั้ง ประโยคที่ปิดท้ายการทะเลาะทุกครั้ง
“ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ออกไปจากบ้านนี้ซะ”
ครั้งนี้ฉันไม่ร้องไห้ ไม่อ้อนวอน ไม่โต้เถียง ฉันแค่มองหน้าเขาเงียบๆ แล้วบางอย่างในใจฉันก็สงบลงอย่างประหลาด เหมือนพายุที่พัดกระหน่ำมานานปี ในที่สุดก็สงบนิ่ง เพราะมันไม่เหลืออะไรให้พัดอีกแล้ว ฉันหยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ ตัวฉันยังอยู่ในชุดทำงาน ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มีของใช้ ไม่มีอะไรเลยนอกจากสิ่งที่ติดตัว ฉันเดินออกจากประตูบานนั้น
“เดี๋ยวเธอก็กลับมา รอบนี้ฉันจะไม่ง้อเธอแล้ว” เสียงเขาตามมาข้างหลัง
ฉันไม่ตอบ แค่เดินต่อไป และคราวนี้ฉันรู้ดีว่า ฉันจะไม่กลับไปบ้านหลังนั้นอีกแล้ว
โครงสร้าง
สี่ภาค สี่สิบหกบท
- กลิ่นอายในความเงียบ5 บทกลิ่นหนึ่งในความมืดเปิดบันทึก หมู่บ้าน กรุงเทพฯ ในวัยสิบสี่ และเด็กชายที่เดินตามหลังหนึ่งก้าว
- การกลับมาที่เหนื่อยล้า8 บทการเดินทางสิบสามชั่วโมง เฟอร์นิเจอร์ใต้ผ้าคลุม และไดอารี่ก้นกล่องคุกกี้
- เพดานที่กดต่ำ14 บทปีโรงงาน ชั้นสี่ ห้องเรียนภาคค่ำ ความเงียบในห้องสอบ ชื่อบนหน้ากระดาน
- แสงเทียน19 บทความสัมพันธ์อันยาวนาน หนี้ที่ไม่ได้เลือก คืนที่โบนัสออก และประโยคสุดท้าย
ตัวเล่ม
ทั้งสองฉบับวางจำหน่ายตุลาคม 2569
ปกแข็ง ปกอ่อน และอีบุ๊ก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ราคาและรายละเอียดการสั่งจองจะปรากฏที่นี่เมื่อประกาศ
ผู้อ่านในรายชื่อจะได้ข่าวก่อนใคร ทั้งวันเปิดจอง และอีกหนึ่งบทเต็มทั้งสองภาษา
รับข่าวเมื่อหนังสือมาถึง
อีเมลหนึ่งฉบับเมื่อบทใหม่พร้อมให้อ่าน นอกนั้นไม่มีอะไรอีกเลย
ใช้เพื่อส่งงานเขียนเท่านั้น ยกเลิกได้ในคลิกเดียว
สามบทแรกอยู่ที่นี่แล้ว เปิดให้อ่านฟรีทั้งสองภาษา