จาก เมื่อฉันฟังแต่ตัวเอง ภาค ๑

กลิ่นอายในความเงียบ

บทเดียวกันในภาษาอังกฤษ The Scent Inside the Silence

เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปิดลง ทิ้งให้ความมืดในห้องนอนปัจจุบันโอบล้อมกาย แต่เพียงชั่วขณะที่ลมหายใจฉันเริ่มผ่อนปรน กลิ่นก็เริ่มลอยแหวกความว่างเปล่าเข้ามาปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นสะอาดสะอ้านของผ้าปูที่นอนใหม่ แต่มันคือกลิ่นเนื้อไม้เก่าที่อบอวลไปด้วยความชื้น กลิ่นอายจางๆ ของไม้กระดานที่ผ่านแดดฝนมาหลายสิบปี จนผุพังอยู่ภายในใจ

พริบตานั้น ภาพเพดานสีขาวสะอาดก็พร่าเลือนไป กลายเป็นเงาตะคุ่มของขื่อไม้สีเข้มและรอยคราบฝนบนผนังห้องในความทรงจำ เสียงไกไม้ลั่นดังเอี๊ยดอาดยามที่มีคนก้าวเดินไปมา กลิ่นชื้นแฉะของไอน้ำที่เกาะอยู่ตามซอกตู้โบราณ ปลุกให้ภาพในอดีตชัดเจนขึ้นราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ฉันคือเด็กสาววัยสิบสี่ปีที่เดินทางมาจากชนบทอันห่างไกล ฉันเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่เรียบง่าย ฐานะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ขัดสน ชีวิตของฉันแวดล้อมไปด้วยพี่น้องหลายคน เราเติบโตมากับผืนดินและอาชีพเกษตรกรรม ผูกพันกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และหยั่งรากลึกอยู่กับธรรมชาติ จนกระทั่งวันหนึ่ง ชีวิตมาถึงจุดที่ฉันต้องทิ้งบ้านเกิดและทุกสิ่งที่คุ้นเคยไว้ข้างหลัง เพื่อออกเดินทางสู่เมืองใหญ่ที่ใครๆ ก็เรียกว่า กรุงเทพมหานคร เมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสและความไม่แน่นอน เมืองที่เฝ้ารอให้ฉันออกไปค้นหาว่ามีอะไรวางอยู่บนเส้นทางข้างหน้าบ้าง

จุดเริ่มต้นของฉันในเมืองใหญ่เริ่มต้นขึ้นในบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งที่พี่สาวช่วยฝากงานให้ เช้าวันนั้นพี่สาวพาฉันเดินเข้าไปในออฟฟิศเล็กๆ ที่ดูวุ่นวาย มือของฉันเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อ พี่สาวหันมามองฉันแล้วบีบมือเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปพูดกับเจ้าของบริษัทด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“สวัสดีค่ะเถ้าแก่ นี่น้องสาวหนูที่ชื่อเพียร ที่หนูเคยเล่าให้ฟังค่ะ แกเพิ่งมาจากบ้านนอก ขยันและอดทนแน่นอนค่ะ ฝากเอ็นดูแกด้วยนะคะ”

เถ้าแก่เงยหน้าจากกองเอกสาร กวาดสายตามองฉันที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างๆ “อายุแค่สิบสี่เองนี่นา จะไหวเหรอ งานที่นี่มันหนักนะ ไม่ได้สบายเหมือนอยู่บ้าน”

ฉันรีบก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วตอบด้วยเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น “ไหวค่ะ! หนูทำได้ทุกอย่าง หนูเคยช่วยพ่อแม่ทำนามาตั้งแต่เด็ก เรื่องเหนื่อยหนูไม่กลัวค่ะ ขอแค่ให้หนูได้ลองทำนะคะ”

พี่สาวฉันรีบเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “แกเรียนรู้ไวค่ะเถ้าแก่ สอนนิดเดียวก็เป็นงาน หนูจะคอยคุมน้องเองค่ะ”

เถ้าแก่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “เอ้า งั้นลองดู เริ่มงานพรุ่งนี้เลยแล้วกัน”

วินาทีนั้นฉันรู้สึกเหมือนภูเขาที่ทับอกอยู่จางหายไป แต่มันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกใหม่ ความรู้สึกที่ว่า ชีวิตนับจากนี้ ฉันไม่ได้เป็นแค่เด็กสาวคนเดิมอีกต่อไปแล้ว